เตรียมหัวขาด กระทรวงมหาดไทย ขู่เชือดคนชงเรื่อง บ.ลูกกระทิงแดงเช่าป่าห้วยเม็ก

ชาวบ้านที่ อ.อุบลรัตน์ ข้องใจ มท.เอาป่าสาธารณะห้วยเม็กไปให้เอกชนเช่า ถาม ทำประชาคมตอนไหน พ่อใหญ่วัย 76 ยืนยันไม่เคยลงชื่อเห็นด้วย ไม่เถียงเรื่องช่วยให้คนมีงานทำ แต่ไม่เชื่อว่าจะไม่มีการตัดไม้ใหญ่ เป็นห่วงน้ำเสียไหลลงน้ำพอง…

 

จากกรณีที่กระทรวงมหาดไทย ได้เซ็นอนุมัติให้ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทกระทิงแดง เช่าพื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่ทางราชการยกผืนป่าที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของชาวบ้านไปให้เอกชนเช่า โดยอ้างว่าสถานที่แห่งนี้เป็นป่าเสื่อมโทรม แห้งแล้ง ไม่เหลือสภาพของความเป็นป่า ซึ่งชาวบ้านบอกว่า ขัดแย้งกับความจริง เพราะในหน้าแล้งใบไม่ร่วงบ้างก็ถือเป็นธรรมดาของสภาพป่าในภาคอีสานทั่วไป

แต่ถ้าถึงหน้าฝนป่าก็กลับมามีความอุดมสมบูรณ์เช่นเดิม ทำให้ประชาชนได้อาศัยเป็นแหล่งอาหาร หาหน่อไม้ หาผักหวานป่า หาเห็ด รวมทั้งสัตว์ที่เป็นอาหารของมนุษย์ เช่น อีเห็น กระรอก กระแต แมลงทับ กบ เขียด อึ่งอ่าง อุดมสมบูรณ์มาก แม้กระทั่งหมู่บ้านจากต่างอำเภอก็มาหาของป่าที่นี่ไปเป็นอาหาร

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อสอบถามความชัดเจน เนื่องจากทางเจ้าที่ตั้งแต่ระดับ อบต.ไปจนถึงทางจังหวัดยืนยันว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม และได้ทำประชาคมหมู่บ้าน ทำประชาคมตำบล จนมีมติผ่านเป็นเอกฉันท์ จากการได้สอบถามชาวบ้านหลายคน รวมทั้ง นายคำ พุทธโคตร อายุ 76 ปี ซึ่งกล่าวว่า

สมัยปู่ย่าตายายจะหวงแหนพื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็กมาก เนื้อที่มากกว่า 50 ไร่ แต่มาในยุคปัจจุบัน ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงเหลือเพียง 31 ไร่ 2 งานเท่านั้น

“จากอดีตมาถึงช่วงสิบปีให้หลัง ป่าแห่งนี้ยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ หากินได้ในทุกฤดูกาล พืชพันธ์ุ ธัญญาหารครบครัน โดยเฉพาะหน้าฝน น้ำในห้วยเม็ก ซึ่งเป็นลักษณะหนองน้ำธรรมชาติขนาดเล็ก ไหลลงสู่ห้วยทราย ดื่มกินได้ อาบได้

แต่หลังจากมีบริษัทผลิตเครื่องดื่มมากว้านซื้อที่ดินสร้างโรงงานล้อมรอบที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก การเข้าออกเพื่อไปหาของป่า พืชผัก ก็ลำบากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิม”

นายคำ กล่าวอีกว่า จากการสังเกตของตน พบว่าต้นไม้ก็เริ่มเหี่ยวเฉา บางต้นยืนต้นตาย เพราะมีการทำคูดินกั้นน้ำเอาไว้ น้ำก็เป็นสีขุ่น ไม่สามารถใช้อะไรได้ อีกไม่นานต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมก็ต้องยืนต้นตาย แม้ในสัญญา 18 ข้อที่ให้เช่า ระบุว่าจะไม่ตัดต้นไม้ทำลายป่า แต่ขณะนี้ต้นไม้ขนาดใหญ่หายไปจากป่าหลายต้น

และมีการใช้พลาสติกห่อโคลนต้นไม้ไว้อีกหลายต้นเพื่อขุดออกไป โดยไม่ทราบว่าจะเอาไปทำอะไรที่ไหน ซึ่งจากนี้ไป ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาอีก เพราะเมื่อเขาเช่าไป เขามีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ ส่วนชาวบ้านก็ไม่กล้าเข้าไปรุกล้ำ และเข้าไปหาของป่าได้อีก เนื่องจากเช่าป่าไปทำอ่างเก็บกักน้ำ เพื่อใช้ในโรงงาน

เชื่อว่าการก่อสร้างต้องมีการขุดและตัดต้นไม้ออก รวมถึงการปล่อยน้ำเสียลงมาสู่ฮ่องห้วยเม็ก แล้วน้ำเสียก็จะไหลลงไปที่ห้วยทรายที่อยู่ใกล้กัน จากนั้นน้ำเสียทั้งหมดจะไหลลงสู่ลำน้ำพอง ไปสู่น้ำชี ตามเส้นทางน้ำสายหลัก จึงคิดว่าการเช่าที่ป่าไม่มีผลดีต่อชุมชน ไม่ว่าด้านใดก็ตาม เพราะถือว่ามาทำลายที่ทำมาหากินของชาวบ้านที่อยู่กันมาหลายชั่วอายุคน

ส่วนการทำประชาคม หรือทำประชาพิจารณ์นั้น ตนยืนยันว่าไม่เคยมีใครมาบอกหรือแจ้งให้ทราบ

“ถ้ามีชื่อผมในรายงานการประชาคม ก็อยากรู้เหมือนกันว่าประชาคมกันเมื่อใด แล้วผมเซ็นให้เขาเมื่อใด อยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเอาผืนป่าคืนมาด้วย” พ่อใหญ่คำ กล่าวในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีของป่าสาธารณะห้วยเม็ก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยอมรับตรงกันว่า ไม่ทราบว่าบริษัทที่มาเช่าอยู่ในเครือกระทิงแดง เพราะกระบวนการทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน เรื่องถูกเสนอมาจากท้องถิ่น โดยที่ พล.อ.อนุพงษ์

ได้สั่งการให้อธิบดีกรมที่ดินตรวจสอบเอกสารการคัดค้านจากชาวบ้าน และให้รายงานผลภายใน 15 วัน พร้อมยืนยันหากมีหลักฐานสามารถเพิกถอนสิทธิ์ได้ทันที พร้อมกับย้ำด้วยว่า เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ คนผิดแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การทุจริต และอีกส่วนคือเรื่องการทำผิดมาตรา 157 ซึ่งมีข้อน่าสังเกตว่าเหตุใดประชาพิจารณ์จึงมีแต่คนเห็นด้วย.

 

The post เตรียมหัวขาด กระทรวงมหาดไทย ขู่เชือดคนชงเรื่อง บ.ลูกกระทิงแดงเช่าป่าห้วยเม็ก appeared first on Trust Store Online.